รายละเอียดบทความ

เมื่อลูกรักต้องดูดเสมหะ

เมื่อลูกรักต้องดูดเสมหะ
เรียบเรียงโดย:  จงรักษ์  อุตรารัชต์กิจ
ภาพประกอบ:  ชื่นอารมณ์  ธาราวาสน์
โครงการส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพปอดเด็ก
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เมื่อลูกรักต้องดูดเสมหะ  
       ความกลัวและความไม่มั่นใจเป็นความรู้สึกที่เกิดกับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ดูดเสมหะให้ลูกครั้งแรก  แต่คุณต้องไม่เกิดความรู้สึกว่ากำลังทำร้ายลูกเพราะที่จริงแล้วเรากำลังช่วยเหลือลูก  เมื่อคุณได้เรียนรู้และเข้าใจวิธีดูดเสมหะ  ตลอดจนฝึกฝนจนเกิดความชำนาญแล้ว  คุณจะมีความมั่นใจและรู้สึกว่าการดูดเสมหะเป็นเรื่องง่ายมาก และไม่อยากให้ใครดูดเสมหะให้ลูกนอกจากตัวคุณเอง
ทำไม!  จึงต้องมีเสมหะ
         ธรรมชาติได้สร้างเสมหะเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านเข้ามาในทางเดินหายใจและขับเสมหะหรือสิ่งแปลกปลอมออกโดยไอ  ในภาวะที่มีความผิดปกติของระบบหายใจ  เช่น  มีการติดเชื้อหรือมีการระคายเคืองจากการได้รับสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ จะทำให้มีการสร้างเสมหะมากกว่าปกติ
ทำไม!  จึงต้องดูดเสมหะ
        คนปกติสามารถสั่งน้ำมูกออกจากช่องจมูกและไอเอาเสมหะออกจากปอดได้  แต่ในกรณีเด็กเล็ก ๆ หรือผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัวหรือมีความพิการทางสมองจะไม่สามารถสั่งน้ำมูกและไอได้เอง  จึงต้องทำการดูดเสมหะเพื่อดูดน้ำมูกออกจากช่องจมูกและเป็นการกระตุ้นให้ไอเพื่อขับเสมหะออกจากปอด  การที่ไม่มีน้ำมูกในช่องจมูก และไม่มีเสมหะคั่งค้างในปอดจะทำให้เด็กหายใจสะดวกสามารถดูดนมได้ดี  และนอนหลับสบาย  นอกจากนี้ยังไม่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค  จึงไม่เกิดการติดเชื้อตามมา
จะดูดเสมหะเมื่อไร
       เมื่อมีเสมหะ และควรดูดก่อนให้นมหรืออาหาร
รู้ได้อย่างไรว่าเด็กมีเสมหะ  
       เด็กเล็ก ๆ เด็กที่ไม่รู้สึกตัวและเด็กที่มีความพิการทางสมองจะไม่สามารถบอกเราได้ว่าเขามีเสมหะ  เราจะต้องเป็นผู้คอยสังเกตอาการว่าเด็กมีเสมหะหรือไม่  อาการเหล่านี้ได้แก่
         - มีน้ำมูกในจมูกหรือมีเสมหะในคอ
         - หายใจครืดคราด  หรือเมื่อวางมือแนบอกหรือหลัง จะรู้สึกว่าครืดคราด
         - กระสับกระส่าย
         - หายใจลำบาก  จมูกบานหรืออาจจะหายใจเร็วกว่าปกติ
         - ดูดนมไม่ดี
         - รอบปากซีดหรือเขียวคล้ำ
การดูดเสมหะทางจมูกและปาก
วิธีดูดเสมหะทำอย่างไร
•     ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังดูดเสมหะ
•     ในกรณีเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือ ให้ใช้ผ้าห่อตัวเพื่อเก็บแขนทั้ง 2 ข้างป้องกันไม่ให้เด็กเอามือมาปัดและดันขณะดูด  ทำให้ดูดเสมหะได้สะดวกและนุ่มนวล
•     ก่อนดูดเสมหะให้ตรวจเครื่องดูดเสมหะว่าทำงานดีหรือไม่
•     ใช้สายดูดเสมหะขนาดพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป และใช้แรงดูดในขนาดพอที่จะดูดเสมหะได้ดี
•     ขณะดูดเสมหะให้จับหน้าเด็กหันเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสะบัดหน้าไปมาขณะดูด และป้องกันไม่ให้เด็กสำลักเสมหะหรือเศษอาหารลงปอดเมื่อเด็กมีอาเจียนขณะดูด  ค่อย ๆ สอดสายดูดเสมหะเข้าทางปากหรือช่องจมูกให้ถึงบริเวณคอหอยหลังโพรงจมูก (ประมาณความลึกของสายโดยวัดระยะจากปลายจมูกถึงติ่งหูความลึกของสายเท่ากันไม่ว่าจะสอดสายดูดเสมหะเข้าทางปากหรือช่องจมูก)  ซึ่งเด็กมักจะเกิดอาการไอเมื่อใช้สายดูดเสมหะกระตุ้นบริเวณนี้  เมื่อเด็กไอเสมหะจะหลุดจากปอดขึ้นมาในคอ  ทำการดูดเสมหะในคอและปากออกให้หมดโดยขณะดูดให้ค่อย ๆ ขยับสายขึ้นลงอย่างช้า ๆ และนุ่มนวล
•     ทำการดูดเสมหะจนกระทั่งไม่มีเสมหะในปอด
•     สังเกตลักษณะ  จำนวน และสีของเสมหะ      
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
•     ถ้าเด็กไม่มีน้ำมูกให้สอดสายดูดเสมหะผ่านปากเพราะการสอดสาย เข้าทางช่องจมูกจะทำให้เด็กเจ็บมากกว่าการสอดสายเข้าทางปาก
•    การสอดสายเข้าในช่องจมูกให้ค่อย ๆ สอดสายอย่างนุ่มนวลโดยสอดสายให้โค้งขึ้นด้านบนเล็กน้อยแล้วย้อนลงสู่ด้านล่างสายจะค่อย ๆ เคลื่อนไปตามช่องจมูก ถ้าสอดสายแล้วรู้สึกติดห้ามกระแทกหรือดันให้ถอนสายออกมาเล็กน้อย แล้วจึงค่อย ๆ พยายามสอดใหม่หากสอดสายไม่เข้าให้เปลี่ยนไปใส่ช่องจมูกอีกข้างแทน
•    ขณะสอดสายดูดเสมหะเข้าในช่องจมูกให้ทำการดูดเมื่อมีน้ำมูกในโพรงจมูก หรือเด็กมีอาการไอ เพราะถ้าไม่มีน้ำมูกในโพรงจมูกสายดูดเสมหะจะดูดเนื้อเยื่อในโพรงจมูกทำให้เกิดการอักเสบและบวมได้
•    อย่าลืมให้เด็กพักเป็นระยะ ๆ ในระหว่างทำการดูดเสมหะเพื่อไม่ให้เด็กเหนื่อย
•    ภายหลังดูดเสมหะเสร็จอย่าลืมปลอบโยนเด็กโดยการอุ้ม  หรือโอบกอดจนเด็กสงบและหยุดร้องไห้
     
การดูดเสมหะมีอันตรายหรือไม่
•    การดูดเสมหะที่ถูกวิธีจะมีอันตรายน้อยมาก  ส่วนมากจะมีปัญหาเลือดออกถึงแม้จะระวังเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม  แต่เลือดที่ออกนี้สามารถหยุดได้เองถ้าเลือดออกมากผิดปกติให้ปรึกษาแพทย์
เมื่อไร!  จึงเลิกดูดเสมหะ
•     ไม่มีน้ำมูกหรือเสมหะในปอด
•     เด็กสามารถสั่งน้ำมูก และไอเอาเสมหะออกจากปอดได้ดี
จะทำความสะอาดสายดูดเสมหะอย่างไร!
ภายหลังดูดเสมหะเสร็จให้นำสายดูดเสมหะดูดน้ำประปาเพื่อล้างเสมหะที่ติดภายในสายออกให้มากที่สุด  แล้วนำไปแช่ในน้ำยาล้างจานหรือน้ำสบู่จากนั้นนำมาทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานหรือน้ำสบู่อีกครั้งโดยใช้ฟองน้ำลูบเสมหะที่ติดภายนอกสายออกให้หมด เปิดน้ำประปาให้ไหลผ่านสายเพื่อชะล้างคราบเสมหะออกให้หมด  ส่วนคราบเสมหะที่อาจติดอยู่ภายในสาย  ให้ใช้กระบอกฉีดยาฉีดน้ำเข้าไปในสายแรง ๆ เพื่อดันคราบเสมหะที่ติดออกให้หมด  สะบัดน้ำคาในสายออกให้มากที่สุดแล้วนำมาเก็บไว้ในกล่องสะอาดที่มีฝาปิดเพื่อเตรียมไว้ใช้ต่อไป
 
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
       - ควรเตรียมสายดูดเสมหะให้พอใช้ภายใน 1 วัน ถ้าใช้ไม่หมดจะต้องนำมาล้างทำความสะอาดใหม่ทุกวัน
       - สายดูดเสมหะที่ล้างสะอาดแล้วหากต้องการนำไปผึ่งแดดอีกครั้ง  ควรมีผ้าหุ้มสายเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลงมาเกาะสายขณะผึ่งแดด
 
ควรดูแลเครื่องดูดเสมหะอย่างไร
       - เสมหะที่อยู่ในขวดรองรับให้เททิ้งในท่อระบายน้ำทิ้งหรือในโถส้วม และราดน้ำลงให้หมด  เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค
       - ทำความสะอาดขวดรองรับและสายที่ต่อจากเครื่องทุกวันด้วยน้ำยาล้างจานหรือน้ำสบู่แล้วล้างด้วยน้ำประปาจนสะอาด
       - ต่อเครื่องดูดเสมหะให้ถูกต้องก่อนใช้
       - ระวังไม่ให้น้ำเข้าเครื่องดูดเสมหะ เพราะจะทำให้เครื่องเสีย

 

ที่มา:http://www.ra.mahidol.ac.th/dpt/PD/academic/academic/knowlegde/0004

 

ผู้ลงบทความ : admin